คนดีมีคุณค่ากว่าคนเก่ง ถ้าทั้งเก่งทั้งดียิ่งมีคุณค่ามหาศาล
- ปลูกฝังความดีก่อน ความเก่งจะตามมาไม่ยากนัก (เช่น นักเรียนที่เกิดสำนึกของความกตัญญู ก็จะตั้งใจเรียนเพื่อไม่ให้พ่อแม่ผิดหวังเสียใจ)
- แต่ถึงจะไม่เก่ง ถ้ามีความดีก็มีค่ากว่าคนเก่งแต่ขาดคุณธรรมมิใช่หรือ (ตัวอย่างคนเก่งแต่เลว มีให้เห็นมากมายในสังคม เขาสามารถทำร้าย ทำลาย ครอบครัว สังคม และชาติบ้านเมืองได้อย่างอำมหิต โดยไม่สะทกสะท้าน ด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยม แถมแยบยล จับผิดยากอีกด้วย)
- ถ้าส่งเสริมแต่ความเก่ง แล้วละเลยความดี เห็นทีจะวิบัติแน่ (ท่านพุทธทาส : ศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ)
สร้างคนดีไม่ใช่เรื่องยาก ลงทุนไม่มากอย่างที่คิด
- สร้างความดีที่ตัวเองก่อน : ฝึกการข่มใจ เอาชนะใจตัวเองให้ได้ทีละเล็กละน้อย (บัลลังก์ใจ นั่งได้ที่เดียว ถ้าได้ธรรมมาครองใจ ก็จะไม่มีที่ว่างให้กิเลส แต่ถ้าปล่อยให้กิเลสครองบัลลังก์ใจ ธรรมก็ไร้อำนาจ)
- ประพฤติตนเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม (สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น)
การฝึกจิต เป็นวิธีสร้างคนดีที่โบราณที่สุดแต่ทันสมัยที่สุด
- โบราณที่สุด เพราะค้นพบมากว่า 2,600 ปี โดยพระพุทธเจ้า มหาศาสดาเอกของโลก
- ทันสมัยที่สุด เพราะผู้ที่ปฏิบัติตามก็ได้ผลไม่แตกต่างจากเมื่อสองพันกว่าปีก่อนยังคงทันสมัยอยู่เสมอ
- เป็นยาดีที่มีประสิทธิภาพชะงัดทั้งในการฆ่าเชื้อ (กิเลส) และสร้างภูมิคุ้มกัน
จิตนั้นสำคัญไฉน ทำไมจึงต้องฝึกจิต
- พระพุทธองค์ทรงค้นพบว่า “ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ทุกอย่างสำเร็จด้วยใจ” (ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว)
- นักวิทยาศาสตร์ทางจิตก็ค้นพบสอดคล้องกันว่า พฤติกรรมของเรามีจิตเป็นผู้สั่งไม่ใช่สมอง (สมองรับคำสั่งจากจิต)
- ถ้าจิตดีก็จะสั่งกายให้พูดดี ทำดี ถ้าจิตชั่วก็จะสั่งกายให้พูดชั่ว ทำชั่ว
- การแก้ทุกข์ แก้ปัญหา แก้พฤติกรรม ที่ตรงจุดที่สุดคือ แก้ที่จิต (บุญ – บาป, ดี – ชั่ว, สุข – ทุกข์ เริ่มที่จิต)
จำเป็นต้องไปเข้าคอร์สฝึกปฏิบัติหรือไม่
- จำเป็น ! สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานและควบคุมตัวเองได้น้อย ยังต้องอาศัยการกำกับดูแลของครูฝึก
- ไม่จำเป็น สำหรับผู้ที่มีพื้นฐานและสามารถควบคุมตัวเองได้ดีแล้ว
ควรจัดค่ายคุณธรรมหรือไม่
ค่ายคุณธรรมมีหลายรูปแบบ :
- บางค่ายเน้นสันทนาการเพราะกลัวผู้เข้าอบรมเบื่อ : เล่นเกมส์ ตลกเฮฮา ดูการ์ตูน ดูหนัง ที่ไม่มีสารประโยชน์ เน้นสร้างความบันเทิงเป็นหลัก ไม่ควรจัดเป็นการสิ้นเปลืองเวลาและงบประมาณโดยใช่เหตุ เพราะจะไม่ได้ผลทางจิตสำนึกเลย และอาจได้ผลทางลบ คือ ทำให้จิตหยาบ
- บางค่ายปลูกฝังคุณธรรมระดับความรู้ ความจำ จะได้ผลไม่มากนักเพราะไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
- บางค่ายปลูกฝังคุณธรรมระดับจิตสำนึก ด้วยการปฏิบัติจิตหรือฝึกจิต ถึงแม้จะต้องลงทุน ลงแรงมาก ก็ควรจัด เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นตอ(จะปลูกพืชต้องเตรียมดิน จะกินต้องเตรียมอาหาร จะพัฒนางานต้องพัฒนาคน การพัฒนาคนให้เริ่มที่จิต พัฒนาอะไรก็ติดถ้าจิตไม่พัฒนา)
จัดค่ายพัฒนาจิตต้องไปวัด หรือจัดที่โรงเรียน หรือในชุมชุนก็ได้
- จัดที่ไหนก็ได้ ถ้าปัจจัยเอื้อพร้อมมากก็จะได้ผลสูงมาก ถ้าปัจจัยเอื้อน้อยผลก็จะลดลงตามลำดับ
- แต่การจัดที่วัดจะได้กำไรเพิ่ม คือทำให้เด็กหรือผู้เข้าอบรมใกล้ชิดพุทธศาสนามากขึ้น อาจส่งผลให้ชอบเข้าวัดมากขึ้น ทั้งนี้ต้องเป็นวัดที่พระภิกษุในวัดปฏิบัติดี น่าศรัทธาเลื่อมใส บรรยากาศในวัดสะอาด ร่มรื่น
ปัจจัยเอื้อต่อความสำเร็จมีอะไรบ้าง
- ปัจจัยภายใน คือ ความเพียรพยายาม ความตั้งใจ และความมีวินัยของผู้ปฏิบัติ
- ปัจจัยภายนอก ได้แก่
1. บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่สงบ ร่มรื่น โดยเฉพาะสถานที่ที่เป็นป่าเขา การได้เห็นสีเขียวทำให้จิตใจผ่อนคลาย เกิดความสงบได้ง่าย พระพุทธเจ้าและพ่อแม่ครูอาจารย์ ที่มุ่งความหลุดพ้น จึงต้องหลีกเร้นจากความวุ่นวายในเมือง เข้าไปหาความสงบในป่า ซึ่งจะทำให้เห็นความเคลื่อนไหวของจิตได้ละเอียดขึ้น
2. หลักสูตรและเนื้อหา ที่มีองค์ประกอบดังนี้
• สอนถูก คือ ใช้หลักไตรสิกขา (ศีล สมาธิ ปัญญา) ฝึกการเจริญสติอย่างต่อเนื่องในทุกกิจกรรม
• สอนดี คือ เดินสายกลาง ไม่ตึงหรือหย่อนเกินไป เหมาะสมกับวุฒิภาวะและพื้นฐานของผู้ปฏิบัติ ผู้จัดหลักสูตร ต้องหาความพอดีหรือทางสายกลางของผู้ปฏิบัติแต่ละกลุ่มให้เหมาะสม
3. วิทยากร ที่มีความสามารถและตั้งใจในการถ่ายทอดหรือนำปฏิบัติ มีจิตวิทยาในการเสริมแรงหรือลงโทษตามสถานการณ์ที่เหมาะสม
4. ความร่วมมือจากโรงเรียนหรือหน่วยงานที่นำนักเรียนหรือบุคลากรมาปฏิบัติในการช่วยวิทยากรกำกับดูแลให้ผู้เข้ารับการอบรมตั้งใจปฏิบัติ
แม้ปัจจัยภายในจะไม่เอื้อเพราะผู้อบรมส่วนใหญ่ถูกบังคับให้มาปฏิบัติ แต่ถ้าปัจจัยภายนอกพร้อม ก็สามารถพลิกจิตของผู้ที่มามืดให้กลับสว่างได้
แนะนำ “แดนธรรมวะภูแก้ว”
วัดวะภูแก้ว เป็นวัดที่หลวงพ่อพุธ ฐานิโยสร้างเป็นวัดแรกในชีวิตของท่าน เมื่อการก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมแล้วเสร็จไปประมาณ 80% หน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 11 ได้นำคณะครูไปอบรมสมาธิเป็นรุ่นแรกในปี พ.ศ. 2532 จากนั้นได้มีการอบรมครู นักเรียน ข้าราชการ ภาคเอกชน อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เฉลี่ยปีละ 12,000 – 14,000 คน มีผู้ผ่านการอบรมไปแล้วกว่า 300,000 คน(ข้อมูลปี 2559)
กระทรวงศึกษาธิการ โดยท่านปลัดกระทรวง สุรัฐ ศิลปอนันต์ ได้ตั้งให้เป็นศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นศูนย์ที่ 2 ของประเทศ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2542
วันที่ 24 มิถุนายน 2544 หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้เมตตามารับผ้าป่าช่วยชาติ และแสดงธรรมโปรดญาติโยมและนักเรียนที่มาเข้าอบรม
ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดวะภูแก้ว มีความพร้อมด้านปัจจัยภายนอกที่กล่าวมาข้างต้นค่อนข้างสูง จึงได้รับการยอมรับในระดับต่างๆ เช่น< /p>
- วัดวะภูแก้ว ได้รับสมญานามเป็น “แดนธรรมวะภูแก้ว” ในคำขวัญของอำเภอสูงเนิน
- ได้รับการประเมินจากศูนย์คุณธรรมว่าเป็น 1 ใน 4 โครงการที่ถือว่าประสบผลสำเร็จ (ประเมิน 50 โครงการทั่วประเทศ โดยคณะผู้ประเมินที่มาสังเกตการณ์การอบรมอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่ประเมินโดยเอกสาร)
- เป็น 1 ใน 56 สถานที่ปฏิบัติธรรมระดับประเทศ ที่ได้รับการแนะนำว่าเหมาะสมกับการมาปฏิบัติธรรม

