Home เรื่องเล่าตอนเข้าค่าย ประสบการณ์มาเข้าค่ายของนักเรียนที่วัดวะภูแก้ว
ประสบการณ์มาเข้าค่ายของนักเรียนที่วัดวะภูแก้ว
Wednesday, 16 June 2010 04:41

ประสบการณ์มาเข้าค่าย

          พอผมรู้ตัวว่าจะต้องมาเข้าค่าย ผมไม่อยากมาเลย อีกอย่างก็โดนบังคับมาด้วย แต่อาจารย์ท่านบอกว่าที่นี่น่ามาปฏิบัติธรรมมาก แต่ถึงยังไง....ผมก็ไม่อยากมา
          ผมก้าวขึ้นรถพอมาถึงวัด ผมก็เฉยๆ ที่พักก็ดีสบายดี แต่พอมา นั่งสมาธิยกแรก โอ้....นรกชัดๆ ผมไม่เคยต้องนั่งสมาธินานๆแบบนี้มาก่อน มันเป็นอะไรที่ทรมานมาก ปวดขาก็ปวด ปวดหัวก็ปวด แต่ก็ทนไว้จนอาจารย์เดินมาบอกให้อดทนแล้วทุกอย่างจะดีเอง แต่ผมก็ไม่มีอะไร เฉยๆ
          ความจริง ตั้งแต่ยกที่ 1 – 11 ผมไม่ เคย นั่งได้นานถึง 5 นาที จนเพื่อนบอกเอาแต่นั่งเล่น ผมเลยหมั่นไส้ ยกที่ 12 เลยนั่งให้ได้ สุดท้ายก็นั่งได้ ลืมตาขึ้นมาก็ไม่มี ใคร  เหลือแต่ผมกับเพื่อนอีก 2 – 3คน รู้สึกดีถึงเวลานี้เห็นบางคนบอกว่าไม่อยากกลับแต่ผมก็ยังอยากกลับเหมือนเดิม....แต่กลับไปกราบแม่

ด.ช.คมกริช  วัดจะโป๊ะ

 ด.ช.คมกริช  วัดจะโป๊ะ
ม.3/2 โรงเรียนบัวหลวงพิทยาคม
19/1/2553

 

เด็กดีมีจิตอาสา


          วันที่ผมมาวันแรก  ผมรู้สึกสดชื่นมาก  และสิ่งที่ผมประทับใจคือการนั่งสมาธิ  มันทำให้จิตใจของผมนิ่งมีความสุข  แต่วันแรกที่ผมนั่ง  ผมรู้สึกอึดอัดไม่มีสมาธิเลย  จนกระทั่งผมได้ตั้งจิตไปที่คำ ภาวนา พุทธ-โธ  จนจิตผมนิ่งได้ที่   รู้สึกตัวเบาเหมือนกับว่าไม่ได้หายใจ   ผมได้สติว่าเรามาเพื่อทำบุญ   ผมจึงทำบุญอย่างเต็มที่  ตั้งใจสวดมนต์   ตั้งใจนั่งสมาธิ  ตั้งใจเดินจงกรม  ขณะที่ผมเดินอยู่ในวัด   ผมก็เห็นขยะมากเต็มไปหมด  ผมเลยเดินไปเก็บไป  และผมรู้สึกมีสมาธิในการเก็บขยะเพราะผมไม่สนใจว่าใครจะว่าอะไร    ผมได้ความคิดว่าถ้าเราเก็บคนเดียว   เราก็ได้บุญคนเดียวสิ  และมันก็จะช้าด้วย   ไปหาชวนเพื่อนมาเก็บดีกว่า   ผมพยายามชวนเพื่อนมาให้ได้มากที่สุด   แต่ก็มีมาช่วยเก็บแค่ประมาณ 6-7 คน   เพราะอายบ้าง  ขี้เกียจบ้าง    ผมจึงบอกไปว่าจะอายทำไม   ทำความดีมันน่าอายหรือ   ทีทำชั่วยังไม่จะอายอะไรเลย  และทำดีแค่นี้อายหรือ  ผมจึงพูดแล้วเดินเก็บต่อไป


นายศักรินทร์  วงค์กลม
ม.4 โรงเรียนบ้านระเริง
29  มิ.ย.  2553


ถ้ากลับก่อนก็น่าเสียดาย

          ผมมาที่นี้เพราะป้าจ้างให้ผมมา แม่ผมก็เลยพามา ผมมาแล้วรู้สึกเบื่อ เบื่อที่ต้องตื่นแต่เช้า เบื่อที่ต้องนั่งคุกเข้าสวดมนต์นานๆ (ปวดเข่า) ผมเลยอยากที่จะกลับบ้านมากๆ มาวันที่ 4 ผมทนไม่ไหว ผมเลยบอกแม่ว่าจะกลับแล้ว แม่ก็ไม่พูดอะไรแต่ผมเห็นแม่ร้องให้ และ ดร.ดาราวรรณ ก็เข้ามาคุยกับผมว่าจะถอดใจแล้วหรอ จะยอมแพ้แล้วหรือ ส่งสารแม่ไหม เหลื่อแค่วันเดี่ยว พรุ่งนี้ก็ได้กลับแล้ว ผมเลยคิดว่าพรุ่งนี้อยู่อีกวันเดี่ยวก็ได้กลับแล้วนิ อยู่ต่ออีกวันคงไม่เป็นอะไรหรอก วันนี้ผมจะกลับแล้วผมคิดว่าถ้าเมื่อวานผมกลับผมคงจะเสียดายมาก เพราะเมื่อวานทำให้ผมสนุกมาก

นาย ณพล  พรไพบูลย์สถิต

 นาย ณพล  พรไพบูลย์สถิต
โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม ม.5/9
19/1/2553


 

 

เมื่อเด็กไม่ดี...จะเป็นคนดี

          ครั้งแรกที่ฉันได้มาวัดวะภูแก้ว รู้สึกดี ได้บุญ ได้อนุโมทนาบุญให้ผู้อื่น ญาติ พี่ น้อง พ่อ แม่ เจ้ากรรมนายเวร  เทวดา และอีกมากมาย  รู้สึกมีความสุข ก่อนที่จะมาก็คิดแล้วคิดอีก เพราะไม่เคยไปค่ายที่โรงเรียนจัดไปเลยสักค่าย ไม่เคยสนใจโดยตรงแล้วฉันเป็นคนไม่สนใจโลกเท่าไรไม่ค่อยจะทำดีกับใคร
         ใครมาดีก็ดี ใครมาไม่ดีก็ไม่ดี เป็นคนที่เข้ากับคนอื่นง่าย โตมากับผู้ชายเลยพูดไม่เพราะเท่าไร มั่นใจในตัวเองค่อนข้างสูง เวลาผู้ใหญ่บอกสอน อาจารย์บอกสอนจะต้านโดยไม่คิดว่าจะเป็นอะไร ถ้าคำบอกสอน สั่ง นั้นฉันคิดว่าไม่ถูกต้อง ไม่ค่อยถูกกับแม่เท่าไรจึงทำให้ต้องออกมาอยู่นอกบ้านคนเดียว โตมาคนเดียว คือแยกออกมาเรียนต่างจังหวัด พักหอ เป็นลูกคนเล็ก เวลาอยากได้อะไรก็จะโทรขอพ่อ ถ้าไม่ได้ก็จะขู่เอา ครอบครัวแตกแยก พ่อทาง แม่ทาง พี่ทาง น้องทาง พ่อมีแม่ใหม่ แต่นี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง
          แต่ก็ไม่เป็นปัญหาอะไรมากมาย ไปโรงเรียนก็มีบ้างตั้งใจเรียน แต่จะมีคนดูถูก เป็นเด็กมีปัญหา ครูไม่ชอบ แล้วก็มาดูถูกผู้ปกครอง จากการมาวัดในครั้งนี้ กลับไปจะทำตัวให้ดีขึ้น จะเป็นคนดีของสังคม จะพยามทำบุญค่ะ

ฑิฏฐ์กฤษตาฬ์  วันดี
ฑิฏฐ์กฤษตาฬ์  วันดี
โรงเรียนบัวหลวงพิทยาคม
19/1/2553

 

 

 

ความคิดใหญ่....ทำตัวใหม่

          ก่อนที่จะมาเข้าค่ายครั้งนี้ผมทำตัวไม่ดีมากๆ เรียนก็ไม่เรียนโดดเรียนบ่อยๆ ตอนผมอยู่ ม.ต้น ผมแบบไม่มาถึงโรงเรียนสักที  ที่ที่ผมไปนะครับบ้านเพื่อน  กลุ่มของพวกผมใหญ่มาก   ตอนที่อยู่ ม.ต้นพวกผมทำแต่เรื่องแย่ๆมาก พอตอนเที่ยงไม่ทำอะไรนอกจากดื่มเหล้า แล้วไปหาเรื่องในโรงเรียน จนพ่อ แม่ มาโรงเรียน  มาฝ่ายปกครองบ่อยมากๆ แล้วมา ม.ปลาย ผมได้มาเรียนที่บุรีรัมย์ ผมแต่ก่อนเรียนที่ โรงเรียนบัวขาว ที่จังหวัดกาฬสินธุ์  พอมาเรียนที่บุรีรัมย์ ผมมาคบเพื่อนไม่ดี หรือว่า ผมไม่ดีเอง ผมมาที่บุรีรัมย์    ผมยังทำตัวเหมือนเดิม ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ไปเที่ยวผับ ไปเรียนก็ไม่รู้เรื่อง แถมยังเล่นเกมส์หนักด้วยติดเกมส์ ออนไลน์ ชื่อเกมส์ว่า SF เพราะเกมส์พวกนี้ต้องเติมเงิน ทำให้พ่อแม่เสียเงินมาก และ ต้องขอเงินพ่อ แม่เพิ่ม แต่ผมไม่รู้ว่าแม่เอาเงินมาจากไหน พอผมได้มาเข้าค่ายที่วัดวะภูแก้ว ทำให้ผมมีความคิดใหญ่เกิดขึ้น ทำให้ผมมีความรักแม่มากขึ้น   ตั้งใจเรียนมากขึ้น  วันที่ผมรู้ว่าได้มา  ผมไม่อยากมาเลยเพราะผมติดเกมส์ และมาตั้ง 5 วัน ผมยิ่งไม่อยากมา


          แต่พอมาถึงวัดมันต่างจากที่คิดไว้มาก อากาศดี สงบ  ธรรมชาติสวยมาก แล้วพอมาอยู่กับเพื่อนๆผมก็ไม่ง่วงเวลาตื่นแต่เช้า ผมขอขอบคุณครับ ที่ทำให้ผมทำตัวใหม่ เป็นคนใหม่ เป็นคนดี ของ พ่อแม่  และรู้ประวัติพระพุทธศาสนาเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ไม่ประสงค์ออกนาม
19/1/2553

  

  

  

รู้สึกผิด...ใจแทบขาด

          ตอนแรกผมไม่ได้จะมีความประสงค์มาวัดวะภูแก้ว   ทางโรงเรียนบังคับให้มา ไม่มาก็ไม่จบ  ผมเลยจำใจต้องมา ผมเป็นคนไม่ค่อยดีเท่าไร ม.3 ผมได้เกเร กินเหล้า สูบบุหรี่ สำมะเลเทเมา โรงเรียนไม่ค่อยไป เพราะผมน้อยใจคนในครอบครัว ครอบครัวของผมฐานะไม่ค่อยดีเท่าไร แค่พออยู่พอกิน แต่ผมมีเพื่อนที่มีอะไรพร้อมทุกคน มีอะไรทุกอย่างที่เขาต้องการ ผมเลยอยากได้บ้าง แต่ทุกครั้งที่ขอ บางครั้งก็ได้ บางครั้งก็ไม่ได้ แต่ทุกครั้งที่ขออะไรไม่ค่อยได้  ทำได้ผมก็คิดจะหนีเขา ผมเป็นคนใจร้อน บางครั้งผมได้พูดไม่ดีกับยาย หรือทาง ญาติ ลืมบอกไป ผมเป็นคนที่ไม่เคยเห็นหน้าแม่เลย เป็นลูกที่พ่อเอามาให้ยายเลี้ยงตั้งแต่ 4 เดือน ผมไม่เคยเห็นหน้าแม่  พ่อก็มีเมียใหม่ไม่เคยดูแลเอาใจใส่ผมเลย  เงินไม่เคยให้สักบาทเดียว   ผมอยู่กับตา ยาย ผมเลยน้อยใจชีวิต บางครั้งผมกินเหล้าสูบบุหรี่ก็รู้สึกดีขึ้น บางครั้งผมได้ชวนเพื่อนหนีเรียน ไปกินเหล้า สูบบุหรี่ วันต่อมาครูจับได้ เลยได้มาเข้าโครงการอบรมพัฒนาจิต วันแรกรู้สึกเบื่อที่สุดในโลก ได้แต่นั่ง ๆ เบื่อมากๆปวดหลังด้วย และที่สำคัญได้อยู่ตั้ง 5 วัน 2 วันแรกผมไม่รู้สึกอะไร วันที่ 3 ผมนั่งสมาธิได้นานจนเพื่อนไปกินข้าว จิตใจที่เคยคิดผิด ก็เริ่มคิดได้ เริ่มกลับตัว พอคืนที่ 4 ได้ดูพระคุณของแม่ กว่าแม่จะคลอดเรามาได้แทบตาย และผู้มีพระคุณทั้งหลาย ผมรู้สึกผิดใจแทบขาด นอนไม่ค่อยจะหลับ มาตอนเช้าวันจะกลับได้นั่งสมาธิ ให้ผู้มีพระคุณ น้ำตาไหลด้วยความสำนึกผิด ผมคิดว่ากลับไปจะไปกราบ ยาย ตา  ขอโทษท่านและจะไม่ทำให้ท่านเสียใจ ผมว่าถ้าผมมีโอกาส ผมอยากจะกลับมาที่วัดนี้อีกมากๆ รู้สึกอิ่มบุญที่สุด และคิดว่าจะปรับตัว ปรับนิสัยผมได้ครับ

นายสมชาย  พรมวิจิตร

นายสมชาย  พรมวิจิตร
ม.3/2 โรงเรียนบัวหลวงวิทยาคม
19/1/2553

 

 

 

ขอบใจความเกเร

           มาวันแรกรู้สึกอยากกลับบ้านมาก ถึง มากที่สุด เพราะรู้สึกว่าที่นี้น่าเบื่อ เหมือนวัดอื่นๆที่เคยไปเข้าค่ายพุทธบุตรมา มันรู้สึกเหงาๆเงียบๆ ยังไงก็ไม่รู้  ก็รู้ว่าเป็นวัดป่าถึงได้เงียบขนาดนี้
          วันที่2 ยิ่งอยากกลับมากเพราะวิทยากรให้แต่นั่งสมาธิ ปวดก็ปวด เมื่อยก็เมื่อย อะไรก็ไม่รู้
          วันที่3 นั่งสมาธิติดครั้งแรก รู้สึกสนุกมาก เลยอยากทำอีกแต่ไม่ได้นานเท่าไร แต่ก็ตั้งใจทำเต็มที่แล้วนะค่ะ
          วันที่4 นั่งสมาธิติดทุกยกเลย ดีใจมาก ไม่เคยมีความรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อนเลย รู้สึกสงบ สมาธิเป็นอะไรที่ดีเหมือนกันนะเนี่ย
         ดีใจค่ะ ที่ความเกเรทำให้ฉันได้มาที่นี้ ได้มาฝึกสมาธิ ได้แก้ความเกเรในวัด ขอขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านค่ะ

ด.ญ.ปาจารีย์  พนารินทร์

ด.ญ.ปาจารีย์  พนารินทร์
ม.3/2 โรงเรียนบัวหลวงวิทยาคม
19/1/2553

 

 

 

ชีวิตนี้มีจุดหมาย

          ข้าพเจ้า เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านกล้วย วันนั้นไปโรงเรียนอย่างน่าเบื่อ พอไปถึงห้องเรียนอาจารย์สอนวิชาพระพุทธศาสนา บอกพวกเราว่าจะต้องไปเข้าค่ายปฏิบัติธรรมที่วัดวะภูแก้ว ทุกคนเซ็งมาก เซ็งที่จะต้องสวดมนต์ นั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม
          พอมาถึงวัดวะภูแก้วก็ยังไม่ตื่นเต้น พอเดินเข้าไปในวัด  ธรรมชาติสวยมาก  ข้าพเจ้ารู้สึกสบายใจมาก วันที่ 1 ข้าพเจ้า และ ทุกๆคนต้องปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดมาก ข้าพเจ้าเบื่อมากๆเซ็งสุดๆ ข้าพเจ้านั่งสมาธิก็ปวดขามากๆ เหมือนใจจะขาด แต่วันสุดท้ายวันที่ 5 สุดซึ้งมากๆ พอวิทยากรให้ระลึกถึงพระคุณของพ่อ แม่ น้ำตาไหลเลย วิทยากรบอกให้นั่งสมาธิภาวนาบุญให้พ่อแม่ สุดท้ายข้าพเจ้าก็ทำได้ ข้าพเจ้านั่งสมาธิได้นานกว่าทุกครั้ง เพราะตั้งใจภาวนาบุญให้พ่อแม่ เพราะเมื่อก่อนข้าพเจ้าไม่ได้เป็นเด็กดีอย่างตอนนี้   เมื่อก่อนข้าพเจ้าเที่ยวเก่งมาก แม่ต้องลำบากใจและร้องให้ทุกครั้ง และ นั่งเป็นห่วงลูกอยู่บ้านไม่หลับไม่นอนทุกครั้งที่ข้าพเจ้ากลับบ้านดึก แต่ในที่สุดข้าพเจ้าก็สำนึกได้ข้าพเจ้าดีกว่าเก่า ยิ่งได้มาวัดวะภูแก้วแล้วยิ่งอยากเป็นคนดีของสังคม ประเทศชาติ
          สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณอาจารย์และวิทยากรวัดวะภูแก้วและทุกๆคนที่วัดวะภูแก้วที่ทำให้ข้าพเจ้าไม่ต้องเซ็งกับชีวิตอีกต่อไป

ฉันคือเด็ก พิมาย
โรงเรียนบ้านกล้วย
ม.3/1
15/12/2552

 


 

 

สิบปากว่า....ไม่เท่าตาเห็น

          ครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้ยินคุณครูบอกกับพวกเราในห้องเรียนว่าวันที่ 11 ธันวาคม 2552 เราจะไปเข้าค่ายที่วัดวะภูแก้ว เป็นการเข้าค่ายธรรม ข้าพเจ้ารู้สึกเฉยๆไม่ได้คิดอะไรมาก รู้แต่ว่าเขาให้มาก็ต้องมาแค่นั้น แต่ก็ยังเกิดความสงสัยว่าทำไมต้องเป็นวัดนี้ วัดวะภูแก้ว วัดนี้ข้าพเจ้าไม่เคยเห็น ไม่เคยได้ยินชื่อ ไม่เคยรู้จัก ข้าพเจ้าจึงไปถามคนอื่นว่าที่นี่เป็นอย่างไร เป็นแบบไหน เข้าก็ให้คำตอบมาว่า มันเป็นวัดที่น่ากลัว มาฝึกอบรมก็ให้แต่นั่งสมาธิทั้งวันทั้งคืน กับข้าวก็มีแต่ผักกับผัก แถมยังมีภูตผีเทวดามากมาย ตอนที่ข้าพเจ้าได้ฟังมันช่างน่ากลัวอะไรขนาดนั้น  ฟังแล้วเริ่มมีความรู้สึกท้าทายข้าพเจ้ายิ่งนัก คิดอยู่ในใจเสมอว่า ข้าพเจ้าจะต้องเอาชนะทุกสิ่งทุกอย่างที่วัดนั้นให้ได้ และจะเอาชนะตนเองโดยการนั่งสมาธิให้นานที่สุด
          เมื่อมาถึงที่วัด  ขณะที่รถกำลังขึ้นเขาอยู่นั้นทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกหวิวๆ เพราะอากาศมันวังเวงมากแต่เงียบสงบ เมื่อจัดเข้าห้องพักเรียบร้อยแล้ว การนั่งสมาธิยกแรกก็มาถึง เวลานั้นเป็นเวลาที่ข้าพเจ้ารู้สึกว่า ข้าพเจ้าจะต้องทำให้ได้ และ ทำให้ได้ดีกว่าคนอื่นๆ นั่งสมาธิไปใจภาวนา พุทโธ และ พ่อแม่ จนทำให้ข้าพเจ้านั่งสมาธิได้นานกว่าที่เคยเป็นมาแต่ก็ไม่ได้ชนะเพื่อนคนอื่นๆ แต่ข้าพเจ้าก็รู้สึกว่าได้ทำเต็มที่ และ ดีที่สุดแล้ว การนั่งครั้งนี้เป็นครั้งแรก และ เป็นจุดเริ่มต้นให้ข้าพเจ้าตั้งใจในการนั่งสมาธิในครั้งต่อๆมา เมื่อมีการประกาศชื่อคนที่สมารถนั่งสมาธิได้นานและเรียกออกไปโชว์ตัวเมื่อได้ยินชื่อของตัวเองก็เกิดความรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก อากาศดีใจมันล้นออกมาจนเก็บไม่อยู่ ข้าพเจ้ายิ้ม และ มีความสุข จนกระทั่งเข้านอน ทำให้คืนนั้นเป็นคืนที่มีความสุขมากอีกคืนหนึ่ง  ความรู้สึกนี้จะติดตัวไปทุกๆคืน และ ถ้าคืนใดมีชื่อของข้าพเจ้า  มันก็ทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขมากขึ้น มากขึ้น และ มากขึ้นเรื่อยๆ นี้คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ข้าพเจ้านั่งสมาธิได้นาน ๆ ที่นี่ไม่ได้น่าเบื่อ เพราะ ในแต่ละวัน แต่ละคืน นั้น มีอะไรเกิดขึ้นมากมายจนนับไม่ถ้วน และ เป็นสิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้ามีความสุข อันที่จริงแล้วแล้ว ถ้าไม่ได้มาวัดนี้คือ ไม่ได้มาวัดวะภูแก้ว ข้าพเจ้าจะได้หยุดพักตั้ง 4 วัน แต่ก็ไม่ได้ไปทำอะไรมากมาย นอนกับนอนอยู่ บ้านเฉยๆ แต่มาที่นี่ได้อะไรมากมายจนบรรยายไม่ถูก ถ้าไม่ได้มาก็ไม่เห็น ไม่รู้ได้เลย  อย่างที่มีคนเคยบอกว่า สิบปากว่าก็ไม่เท่าตาเห็น  สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ทุกท่านที่ได้เป็นผู้หยิบยื่นโอกาสดีๆ ในครั้งนี้ ให้กับผู้ที่พึ่งได้ลิ้มรสพระธรรมอันประเสริฐอย่างข้าพเจ้า

นางสาวศิรัญญา  อินศร
ม.4/1 โรงเรียนมัธยมด่านขุนทด
15/12/2552

 

 

 

 

มาครั้งนี้ต้องได้ดีกว่าครั้งก่อน

           ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าเคยมาเข้าค่ายที่วัดวะภูแก้วแล้ว ตอนม.3 ตอนนั้นแทบไม่รู้เลยว่า วัดวะภูแก้ว เป็นอย่างไร ก็มา 5 วัน เหมือนกับครั้งนี้แหละ วันแรกก็รู้สึกเบื่อมาก พอวันที่ 3, 4, 5 ผมได้รู้สึกสำนึกอะไรบางอย่างว่าผมต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว กับแม่ของผม พอปิดค่ายเชื่อไหมว่าผมกลับไปบ้านไปทำอะไร ผมกลับไปถึงบ้านแล้ว ผมเดินหาแม่ พอเห็นท่านก็รีบว่างกระเป๋าลงทันที  แล้วก้มลง
กราบท่าน แม่ผมถึงกับร้องให้แล้วอึ้งไป เพราะว่าผมไม่เคยทำมาเลยในชีวิตนี้
          แต่ตอนนี้ผมเรียนอยู่ ม.5 แล้ว เป็นเวลา 2 ปีแล้ว ผมก็ได้มาวัดวะภูแก้วอีกครั้งแต่ครั้งนี้คิดว่าผมต้องทำให้ดีกว่า 2 ปี ที่แล้ว แต่ผมก็รู้สึกว่าผมทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมแต่ก็ทรมานเหมือนเดิม ใจแรกๆผมไม่อยากมาเท่าไหร่เพราะว่าติดสอบหลายวิชาอย่างมาก ผมกลัวตามไม่ทัน แต่อีกใจหนึ่งคิดว่าถึงมาครั้งนี้แล้วไม่ได้กลับไปกราบแม่แต่ก็จะตั้งจิตภาวนา อุทิศบุญให้ท่าน ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
          ผมบอกเลยว่าถ้าใครได้มาที่นี้แล้วจะต้องได้อะไรสักอย่างที่ดีกลับไปแน่นอน และ ถ้าใครยังอยู่กับ พ่อแม่ ก็ขอให้ท่านทั้งหลายรีบทำความดี กตัญญูกับท่าน ตอนที่ท่านยังอยู่นะครับ แล้วสิ่งที่ดีๆก็จะบังเกิดขึ้นกับเรา และ ครอบครัว .....สาธุ


นายณัฐพงษ์  ยาประโคน
ม.5/3 โรงเรียนมหิศราธิปดี
15/12/2552

 

 

 

ดีไม่พอ.....ไม่พอดี

          ข้าพเจ้าเคยมาอบรมพัฒนาจิตแล้วครั้งหนึ่งตอน ม.2 โดยโรงเรียนเก่าของข้าพเจ้านำมาอบรม ก่อนมาข้าพเจ้าก็ไม่อยากมาเหมือนกับใครหลายๆคน พอได้ปฏิบัติธรรมแล้วก็รู้สึกเสียใจในสิ่งที่เคยทำไม่ดีกับพ่อแม่ พอกลับไปแล้วก็ทำดีมากๆ ในช่วงอาทิตย์ – สองอาทิตย์แรกที่กลับบ้านแต่พออยุ่ไปเรื่อยๆนิสัยเดิมก็กลับมาอีก เป็นคนเจ้าอารมณ์ ใครบอกก็ไม่ฟัง
          ตอนนี้ข้าพเจ้าอยู่ ม.4 ก็ได้มาอบรมที่วัดวะภูแก้วอีกครั้ง ก็ถือว่าเป็นบุญจริงๆที่ได้มาที่นี้อีกครั้ง ครั้งนี้ข้าพเจ้าตั้งใจปฏิบัติด้วยใจจริง แล้วก็หวนระลึกถึงตอนที่มาครั้งแรกว่า ก่อนเรามาเราทำให้พ่อแม่เสียใจหลายครั้ง เรียกว่าเป็นคนไม่ดีพอที่จะทำให้พ่อแม่ภูมิใจ แต่พอได้มาอบรมครั้งแรกตอน ม.2 แล้วกลับไปทำดีเอาอกเอาใจพ่อแม่ได้แค่ 2 อาทิตย์ แรกเท่านั้น หลังจากนั้นนิสัยเดิมๆก็กลับมาเรียกว่าไม่ดีพอ
          ข้าพเจ้าได้รู้แล้วว่าตัวเองเป็นคนขาดๆเกินๆเดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย แต่จากการอบรมครั้งที่ 2 ตอน ม.4 นี้ ข้าพเจ้าได้สติ จากการตั้งใจฝึกปฏิบัติจริงๆ ต่อไปนี้ข้าพเจ้าจะดำรงชีวิตด้วยสติ ยึดถือธรรมเป็นแรงกระตุ้น เพื่อเดินบนทางสายกลาง จะไม่ทำตัวขาดๆเกินๆอีกแล้ว


นางสาวเสาวลักษ์  ภูมิโคกรักษ์
ม.4/1 โรงเรียนมัธยมด่านขุนทด
15/12/2552


Last Updated on Saturday, 23 October 2010 01:32
 

ค้นหา (พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา แล้วกดปุ่ม Enter)

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

Banner

เข้า Facebook ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดวะภูแก้ว

Banner

แห่เทียนพรรษา 2558

Banner

ฐานิยปูชา 2556

Banner

www.thaniyo.net

Banner

ฐานิยปูชา 2555

Banner

เชิญชม วิดีโอ การแสดงธรรมของ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

วัดป่าสาลวัน

Banner

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

palungdham.com

Banner

ฐานิยปูชา 2553

Banner

visitwallpapers.com

Banner

สำรวจความคิดเห็น

เหตุผล สำคัญที่สุด ในการเข้ารับการอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ?
 

แบบสำรวจความคิดเห็น

วัดวะภูแก้วควรปรับปรุงเรื่องใดมากที่สุด
 

แบบสำรวจ

พระสงฆ์ในทัศนะของท่าน ?
 

โปรดแสดงความคิดเห็นของท่านได้ที่สมุดเยี่ยม

Banner