ตายแล้วไปไหน
Tuesday, 16 March 2010 00:44

          เราต้องยอมรับว่า :-
          1.  ตายแล้วไม่สูญ
          2.  ภพภูมิต่างๆ : นรก  เปรต  อสุรกาย  เดรัจฉาน  มนุษย์  สวรรค์  พรหม    นิพพาน  มีจริง


          เนื้อหา
          1.  การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า  เป็นการค้นพบกฎธรรมชาติ  ซึ่งพิสูจน์ได้
               ลักษณะกฎธรรมชาติ  :  เป็นอยู่ตามธรรมชาติเช่นนั้นเอง  จะมีผู้ค้นพบหรือไม่  จะเชื่อหรือไม่  ก็ไม่สามารถเปลี่ยน

                                               แปลงกฎธรรมชาติได้    เช่น         โลกกลม  โลกมีแรงดึงดูด


               การตรัสรู้กฎธรรมชาติของพระพุทธเจ้า
                    ยามที่ 1     -  ปุพเพนิวาสานุสติญาณ  :  ระลึกชาติได้  ได้ความรู้แจ้งว่าตายแล้วไม่สูญ
                    ยามที่ 2     -  จุตูปปาตญาณ :  รู้กรรมของสัตว์   หรือ  กฎแห่งกรรม
                    ยามที่ 3     -  อาสวักขยญาณ  :  รู้กฎอริยสัจ 4  ตัดกิเลสได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


          2.  คุณสมบัติและหน้าที่ของจิต 

คุณสมบัติและหน้าที่ของจิต

          -  พุทธศาสนา  กับ  วิทยาศาสตร์  สอดคล้องกัน  (ยกเว้นข้อ 2  ซึ่งขัดแย้งกัน  แต่พุทธศาสนาเข้าใจถูก  วิทยาศาสตร์เข้าใจผิด)  พระพุทธเจ้ารู้ก่อนนักวิทยาศาสตร์
          -  จิตมีหน้าที่บันทึกประจุกรรม /หน่วยความจำไว้อย่างมหาศาล
          -  จิตเป็นอมตธาตุ  ไม่ตาย  ไม่ถูกทำลายล้าง
          -  กายตาย  จิตไม่ตาย  เมื่อกายตายจิตจะทิ้งกาย  พร้อมทั้งหอบหิ้วประจุกรรมที่บันทึกไว้ไปด้วยทั้งหมด

          (อะไรเอ่ย?)
          สี่คนหาม = ร่างกายประกอบด้วยธาตุ 4 : ดิน  น้ำ  ลม  ไฟ
          สามคนแห่ = ตกอยู่ใต้อำนาจ 3 คือ  ไตรลักษณ์ :  อนิจจัง  ทุกขัง  อนัตตา
          คนเดียวนั่งแคร่ = จิต  เป็นอมตธาตุ  ไม่ตาย
          สองคนนำทาง =  บุญ – บาป  ที่จิตบันทึกไว้  จะนำไปสู่ภพภูมิต่างๆ

          สรุป  กายต้องตายและเน่าเปื่อยผุพังไปตามกฎธรรมชาติ  แต่จิตไม่ตาย  จะไปแสวงหาที่เกิดใหม่ตามอำนาจบุญ – บาป  ที่สะสมไว้


 

          3.  ข้อพิสูจน์ :  ตายแล้วไม่สูญ
               3.1  การติดนิสัยมาจากชาติก่อนภพก่อน  เป็นอนุสัย/ความเคยชิน  ที่ติดมาจากจิตเดิม
                  -  กายใหม่แต่จิตดวงเดิม  ซึ่งหอบหิ้วเอาข้อมูลที่บันทึกไว้ทั้งหมดมาด้วย      
                     การกระทำ / นิสัย / ความชำนาญ / ความสามารถเดิม  อาจปรากฏมาในร่างใหม่


               ตัวอย่าง
                     • พระสารีบุตร   (ติดนิสัยลิง  เพราะเคยเกิดเป็นลิงมาหลายชาติหลายภพ)
                     • หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท
                     • เจ้าเป๊บซี่  ชอบฟังเทศน์ (หมา ชาติก่อนเคยเป็นพระ) / เจ้าสี่ตา  หมาที่วัดพระราม 9  ชอบบิณฑบาต
                     • เด็กอัจฉริยะ
                     • เจ้าชุมพล  (ช้าง ชาติก่อนน่าจะเป็นผู้มีศีล)  ที่วัดเขาประตูชุมพล  ชอบฟังเทศน์


               3.2   การระลึกชาติ 
                     3.2.1   การระลึกชาติได้เอง  เพราะกลับมาเกิดเร็ว  ข้อมูลยังไม่ถูกกดทับมาก
                     ตัวอย่าง
                     • เด็กหญิงอายุ 7 ขวบ ที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม  ระลึกชาติว่าเคยเป็นหมา       ขี้เรื้อนอยู่ที่วัดเกาะแก้วอัมพวัน  อ.ธาตุพนม  จ.นครพนม
                     • เจ้าหูตั้ง  หมาแสนรู้   ชาติก่อนเคยเป็นนายพลเรือตรี
                     • ด.ช.ดนัย  ชูมาลัยวงค์  ชาติก่อนเคยเป็นครูบัวไข  หล่อนาค  อยู่  จ.พิจิตร
                     • โยมแม่หลวงปู่จันทา  ตายไปแล้วไปตกนรก  แล้วกลับมาเกิดเป็นหลาน (เรื่องนี้พิสูจน์ว่านรกมีจริงด้วย)


                     3.2.2   การระลึกชาติโดยใช้กำลังฌาน / สมาธิ
                     ตัวอย่าง
                     • หลวงปู่บุดดา  ระลึกชาติได้หลายชาติ 7 ชาติสุดท้ายเป็นผู้ชายได้บวชพระและ  อายุสั้นทุกชาติ  ไปขุดโครงกระดูกตัวเองมาเผา  ที่ชานเมืองเวียงจันทน์


                     3.2.3   การระลึกชาติโดยการสะกดจิต (สะกดจิตย้อนภพ)
                     ตัวอย่าง
                     • การสะกดจิตคนไข้ของ ดร.ไบรอัน  ไวส์
                     • การสะกดจิตผู้หญิงชาวอเมริกันชาติก่อนเคยเป็นเชื้อพระวงศ์ประเทศเนเธอแลนด์

   

          4.  การเดินทางของจิตหลังความตาย  : พุทธศาสนาก้าวหน้ามากกว่าวิทยาศาสตร์  เพราะค้นพบก่อนและให้คำตอบได้ว่าพลังที่ไม่ตาย  ไปอยู่ที่ไหน  แต่วิทยาศาสตร์ยังให้คำตอบไม่ได้

               4.1  -  จิตที่สะสมพลังบาปมากกว่าพลังบุญ  ไปทุคติภูมิ  หรือ  อบายภูมิ  4  ได้แก่ 
                     • นรก
                     • เปรต
                     • อสุรกาย
                     • เดรัจฉาน
                     -  จิตที่สะสมพลังบุญมากกว่าพลังบาป  ไป  สุคติภูมิ  27  ภูมิ  ได้แก่
                     • มนุษย์
                     • สวรรค์   6  ชั้น  (ภูมิ)
                     • รูปพรหม  16  ชั้น  (ภูมิ)
                     • อรูปพรหม  4  ชั้น  (ภูมิ)

              4.2  ข้อพิสูจน์ว่าภพภูมิต่างๆ มีจริง  (พิสูจน์เฉพาะภูมิที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า)
                     - สิ่งที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเนื้อ  อย่าเพิ่งสรุปว่าสิ่งนั้นไม่มี  เช่นในความว่างที่เรามองไม่เห็นอะไรก็มีฝุ่นละออง  เชื้อโรค  คลื่นสื่อสารต่างๆ
                       4.2.1   ภูมิเปรต
                                 ตัวอย่าง
                                 • เปรตพระครูศรี   (ดู  ฐานิยปูชา  2551   หน้า 37)
                       4.2.2   ภูมินรก
                                 ตัวอย่าง
                                 • ครูบุญชู  ศรีผ่อง    ตายแล้วฟื้น
                                 • ไฟไหนเล่าร้อนเท่าไฟนรก  : แป๊ะเตี๋ยว  ตายแล้วฟื้น
                       4.2.3   สวรรค์, พรหม
                                 ตัวอย่าง
                                 • หลวงพ่อพุธเล่าว่าที่วัดวะภูแก้วเป็นที่สถิตของเทพชั้นสูงจำนวนมาก
                                 • ท้าวสหัมบดีพรหมมาเข้าประทับทรงนักศึกษาราชภัฏฯ ที่วัดวะภูแก้ว
                                 • แก้วกานดา (นางฟ้า)   เข้าประทับทรงนักศึกษาราชภัฏฯ ที่วัดวะภูแก้ว

 

           5.  บุญ / บาป ที่จะนำไปสู่ภพภูมิต่างๆ
                • การละเมิดศีล 5  ไปอบายภูมิ  (นรก  เปรต  อสุรกาย  เดรัจฉาน)  เปรต  หนักไปทางโลภะ, เดรัจฉาน – โทสะ
                • มีศีล 5  เป็นพื้นฐาน        เกิดเป็นมนุษย์
                • มีเทวธรรม (หิริ – โอตตัปปะ)        เกิดในสวรรค์
                • มีพรหมวิหาร 4, ตายในฌาน          เกิดเป็นพรหม
                • หมดกิเลส  ดับอวิชชา    ไปพระนิพพาน


Last Updated on Tuesday, 16 March 2010 01:48
 

แห่เทียนพรรษา 2553

Banner

palungdham.com

Banner

ฐานิยปูชา 2553

Banner

visitwallpapers.com

Banner