Home เรื่องเล่าตอนเข้าค่าย ประสบการณ์ ของ นักเรียนจากโรงเรียนบัวหลวงวิทยาคม ที่เข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ระหว่างวันที่ 5 - 9 ธันวาคม 2557
ประสบการณ์ ของ นักเรียนจากโรงเรียนบัวหลวงวิทยาคม ที่เข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ระหว่างวันที่ 5 - 9 ธันวาคม 2557
Monday, 15 December 2014 08:44

 

ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ  วัดวะภูแก้ว

 


ที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น


          นับแต่เข้าวัดมา  ผมรู้สึกว่าวัดวะภูแก้วแห่งนี้มีความร่มรื่น น่าปฏิบัติธรรมมาก  แต่ความรู้สึกของผมในวันแรก คืออยากกลับบ้านมากเพราะไม่เคยมาเข้าค่ายปฏิบัติธรรมนานถึง 5 วัน 4 คืน  ซึ่งผมคิดว่ามันนานมาก

  


           เมื่อได้เข้ารับการอบรมในวัดแห่งนี้   ผมนั่งสมาธิได้นานขึ้น  ถึงแม้จะไม่เกิดปีติอะไรก็ตาม แต่ผมก็รู้สึกนิ่ง  และอีกอย่างที่ผมรู้สึกได้คือ คณะวิทยากรทุกท่านมีความรู้ลึกรู้จริงในทางพระพุทธศาสนามาก  ซึ่งผมเองก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับวิชานี้มากนัก   แต่ผมรู้ว่าหลักธรรมในพระพุทธศาสนาสามารถนำไปปฏิบัติได้   แต่ผมก็ไม่เข้าใจ  ซึ่งเมื่อคณะวิทยากรได้ให้ความรู้แล้ว  ผมก็เข้าใจแจ่มแจ้งกว่าเดิม  ในขณะเดียวกันผมรู้สึกว่ากิจกรรมในการเข้าค่ายครั้งนี้ไม่เหมือนการเข้าค่ายปฏิบัติธรรมเหมือนวัดอื่นๆ  ที่ผมเคยเข้าค่ายที่ผ่านมา  ที่นี่เน้นการพัฒนาจิตให้มั่นคง  ส่งเสริมความเป็นพุทธศาสนิกที่ดี  ซึ่งไม่เหมือนที่อื่นเลย  และผมก็ได้เห็นชีวิตของบุคคลต่างๆ ที่เขามีโอกาสน้อยกว่าผม  แต่เขาพยายาม ซึ่งผมรู้สึกทึ่งในความพยายามในการใช้ชีวิตของเขามาก   ได้รู้ถึงพระคุณของพ่อแม่ ครูและผู้มีพระคุณต่างๆ  ซึ่งผมสัญญาว่าผมจะตอบแทนพระคุณของพวกท่านให้มากที่สุด  ไม่ทำให้พวกท่านผิดหวัง

  


           การเข้าค่ายครั้งนี้  ผมได้ความรู้มากมาย  ได้ฝึกความอดทน  ได้ฝึกสมาธิ  ซึ่งผมคิดว่าการเข้าค่ายครั้งนี้มีประโยชน์มาก

  


นายปริญญา บำรุงรัมย์
โรงเรียนบัวหลวงวิทยาคม ชั้น ม.5/1
เขียนไว้ ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2557

 

  

เด็กขี้ยาใจเข้มแข็งขึ้น


          แต่ก่อนนี้ผมเป็นเด็กขี้ยาครับ  ติดยาเสพติด  ก็เลิกมาแล้ว   แต่เลิกไม่ขาดเพราะเพื่อนๆ  เพราะจิตไม่แข็งพอ  จนทำให้ต้องกลับไปเสพอีก   เถียงพ่อเถียงแม่  แต่ผมได้มารู้จักทางธรรมเป็นเส้นทางเดินใหม่ในชีวิตจริงๆ  ตอนนี้ผมมั่นใจแล้วว่าผมจะไม่มีทางกลับไปแตะต้องของแบบนั้นอีก  ซึ่งผมได้รู้จักบาป ได้รู้จักบุญ  กลับไปผมจะหมั่นทำบุญทำทาน  เพราะบาปกรรมที่ทำมารู้สึกว่ามากมายเหลือเกิน มากจนหาความดีไม่ได้  ต่อจากนี้ไปและต่อๆ ไป ผมคนนี้จะทำให้พ่อแม่ภูมิใจและเป็นคนดีในสังคมให้ได้


นายพรรษฤกษ์  สินสีแก้ว
โรงเรียนบัวหลวงวิทยาคม ชั้น ม.5/4
เขียนไว้ ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2557

 

  

 

เมื่อแมลงวันเปลี่ยน DNA


          ตอนแรกก็อยากมาอยู่น่ะ  เพราะข้าพเจ้าคิดอยู่เสมอว่าโตขึ้นเราอาจจะไม่มีโอกาสสร้างบุญอย่างนี้ก็ได้  ตายไปจะได้มีบุญบารมีบ้าง

  


          เนื้อหาที่ได้จากการปฏิบัติธรรมใน 5 วันนี้  จิตใจของข้าพเจ้าสงบลง รู้สึกสบาย  ดร.ดาราวรรณให้เนื้อหาดีมาก  ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจในเรื่องกฎแห่งกรรม  พระคุณของพ่อแม่มากยิ่งขึ้น  อ.ประกาย ดูเหมือนโหดปากร้ายแต่ใจดีในสายตาของข้าพเจ้า

  


          ประโยชน์ของการฝึกจิตที่ข้าพเจ้าได้รับคือ พัฒนาสติปัญญาทำให้ความจำดีขึ้น  รักษาโรคได้ด้วยพลังจิต  และสิ่งที่ฉันชอบในคำสอนของดร.ดาราวรรณ คือ ตายแล้วไปไหน  ข้าพเจ้ารู้ดีว่าคนเราเกิดมามีเวรมีกรรมทุกคน  ชอบคติธรรมที่ว่า เกิดมาทั้งทีเอาดีให้ได้  จะตายทั้งทีฝากดีเอาไว้  ทำให้ข้าพเจ้ารู้ถึงความตายเป็นสิ่งไม่แน่นอน  ตอนนี้ข้าพเจ้ารู้แล้วว่านรกมีจริง

  


          วันที่ทำให้ฉันร้องไห้และสำนึกที่สุด  พระคุณอันยิ่งใหญ่  ทำให้ข้าพเจ้ารู้ว่าพ่อแม่คือพระอรหันต์ของลูกเช่นกัน  ได้ดูการทำคลอดของแม่ที่กว่าจะคลอดเรามา  ตอนนั้นน้ำตาข้าพเจ้าไหลเพราะแม่เป็นคนให้เราเกิดมา  ดูแลครรภ์ด้วยความเหนื่อยยาก  เสี่ยงชีวิตคลอดเรามา  เลี้ยงดูจนเติบใหญ่  ทำให้ข้าพเจ้าอยากกราบเท้าท่านทั้งสองมาก

  


         5 วันที่ผ่านมาข้าพเจ้าได้ความรู้หลายอย่างจากวิทยากร  ได้บุญบารมีอีกด้วย  สัญญาใจที่จะเขียนวันนี้  ดร.ดาราวรรณเปลี่ยนแมลงวันอย่างฉันให้กลายเป็นผึ้งได้แล้ว  ความรู้ที่ได้ข้าพเจ้าจะนำไปสอนน้อง  จะนำไปเล่าถึงเรื่องบาปบุญคุณโทษ  เพราะข้าพเจ้าก็อยากจะเปลี่ยนน้องจากแมลงวันให้กลายเป็นผึ้ง และข้าพเจ้าจะปฏิบัติตนในศีลธรรม   จะหมั่นเพียรบำเพ็ญภาวนาให้แก่เจ้ากรรมนายเวร  ข้าพเจ้าหวังว่าสักวันหนึ่งคงได้มาที่นี่อีก


ด.ญ.ประกายแก้ว  เมยประโคน
โรงเรียนบัวหลวงวิทยาคม ชั้น ม.3/4
เขียนไว้ ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2557

  

  

มาที่นี่ดีจริง ๆ


          หมู่บ้านของผมมีสำนักสงฆ์อยู่สำนักหนึ่งซึ่งห่างจากตัวบ้านประมาณครึ่งกิโลเท่านั้น  แต่ผมกลับไม่ค่อยมีเวลาไปวัดสักเท่าไหร่   แม้แต่พระมาเดินบิณฑบาตก็ไม่เคยใส่บาตรกับเขาสักที   ผมไม่ค่อยอยากไปวัด  เพราะไปกลัวจะอยู่ไม่นิ่ง  เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  ซนเหมือนลิงนั้นแหละครับ   ผมเป็นคนอยู่ไม่นิ่ง พอพระสวดก็หันขยุกขยิกจนบางครั้งผู้ใหญ่บ้านเกือบด่าครับ  ขนาดมีการทำบุญกลางหมู่บ้าน  ผมก็ไม่เคยไปเลยครับ กลัวจะเป็นแบบเดิม

  


          และถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2557  ทางร.ร.ได้มีการให้เด็กนักเรียนไปอบรมพัฒนาจิตที่วัดวะภูแก้ว  ซึ่งตอนนั้นก็ทำให้ผมคิดและพูดขึ้นมาเลยว่า  โห ขนาดวัดบ้านเรา  เรายังไม่เคยไปเลย  แล้วไปวัดที่ต่างจังหวัดอีก  ไปตั้ง 5 วัน  เราจะไม่สะบักสะบอมพอดีหรือ  และแล้ว  ผมก็ต้องไป  มาถึงวันแรกผมรู้สึกเลยว่า ผมอาจจะทำและปฏิบัติภาวนาไม่ได้ แต่ไม่คาดคิดครับ   ผมปฏิบัติภาวนาได้ 1 ยก  เพียง 1 ยก ก็ทำให้ผมเริ่มมีสมาธิมากขึ้น และเวลานั่งฟัง ดร.ดาราวรรณท่านบรรยายเรื่องบาปบุญคุณโทษ  เรื่องกฎแห่งกรรม  และเรื่องพระคุณพ่อแม่  ทำให้ผมได้รู้สึกว่ามันดีจริงๆ ที่เราได้มาปฏิบัติธรรม ณ วัดแห่งนี้  ทำให้ผมได้รู้ว่า บุญ-บาป นรกมีจริง  ผมกลับไปบ้าน  ผมจะปฏิบัติตามคำที่วิทยากรได้สอนจนถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2557  ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการอบรม  ทำให้ผมได้รู้ว่าวัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์  เป็นสถานที่สงบ  และผมจะนำเอาคำสอนของวิทยากรไปปฏิบัติตามครับ !

  

นายนพรัตน์  ละมุล
โรงเรียนบัวหลวงวิทยาคม ชั้น ม.5/3
เขียนไว้ ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2557

 

  

 

รักพ่อแม่ก่อนค่อยไปรักคนอื่น


           ข้าพเจ้าเชื่อเรื่องบาป บุญ  คุณโทษ  แต่ข้าพเจ้าหลงระเริงกับกิเลส  ยึดติดกับสิ่งของ  พอข้าพเจ้าได้มาอบรมพัฒนาจิตที่วัดวะภูแก้ว  ข้าพเจ้าได้ฟังเรื่องบาป บุญ มากมาย   ทำให้ข้าพเจ้ากลัว  ได้นั่งสมาธิภาวนา  ทำให้จิตใจของข้าพเจ้าสงบ   การมาอบรมทำให้ข้าพเจ้าใช้เวลาเป็นประโยชน์  ถึงจะแค่ 2 วัน  แต่ข้าพเจ้าสังเกตดูตัวเองว่าพัฒนาขึ้น มีสติขึ้น  พอวันที่สาม ข้าพเจ้าก็เริ่มทำได้เพราะข้าพเจ้าไม่รู้สึกปวดขา   ข้าพเจ้ารู้สึกสดใสมาก   จิตใจเย็นสบาย  พอถอนสมาธิ ข้าพเจ้าก็ตั้งจิตอุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร  พอมาวันที่สี่   ข้าพเจ้าทำได้เกือบทุกยก  เพราะข้าพเจ้าตั้งสติให้แน่วแน่  ใช้คำภาวนาว่า  “จิ้งจก”  เพราะตอนนั่งสมาธิ  ข้าพเจ้าเห็นภาพตอนที่ข้าพเจ้าทำจิ้งจกตายลอยเข้ามา  ตอนนั้นข้าพเจ้าแทบร้องไห้เพราะสงสารจิ้งจกที่ตายอย่างทรมาน  แต่ข้าพเจ้าไม่ได้เจตนาที่จะทำให้จิ้งจกตัวนั้นตาย  แล้วได้ตั้งจิตอุทิศบุญให้จิ้งจกตัวนั้น   พอมาตอนเย็นได้นั่งอีกข้าพเจ้าใช้คำภาวนาว่า “หมูน้อย”  เพราะเป็นคำเรียกของแฟนเก่าข้าพเจ้าที่ตั้งให้  ข้าพเจ้าตั้งจิตเพื่ออภัยให้ผู้ชายคนนั้น  คนที่ทำร้ายจิตใจข้าพเจ้าก่อนมาอบรม  ข้าพเจ้าอกหัก  แต่ข้าพเจ้าก็พอแยกได้ว่ามาอบรม   ไม่ควรเอาเรื่องแบบนี้มาคิด  ตอนแรกข้าพเจ้าเสียใจมาก  ดูซึมๆ ไปมาก  ไม่กินอะไร  เพราะกินไม่ลง   แต่พอได้มาสวดมนต์ เจริญสมาธิทำให้ข้าพเจ้ารักตัวเองมากกว่ารักคนอื่นเพื่อจะได้ไม่เสียใจอีก  และอีกอย่างที่ทำให้ข้าพเจ้าคิดได้ คือ  พ่อ แม่   ข้าพเจ้าได้ฟังพระคุณของพ่อแม่  ทำให้ข้าพเจ้าได้สำนึกผิดที่รักแต่คนที่ไม่ได้ดูแลเรา   ข้าพเจ้าจึงตั้งใจไว้ว่า  ข้าพเจ้าจะไม่ทำให้พ่อแม่ข้าพเจ้าต้องมีน้ำตา  เพราะเวลานี้ข้าพเจ้าเสียใจ รู้สึกว่าไม่มีใคร  ก็จะมีมือพ่อแม่ที่คอยดึงข้าพเจ้าให้สูงขึ้น  ท่านไม่เคยปล่อยให้ข้าพเจ้าอยู่คนเดียว  ข้าพเจ้าคิดว่า  เราควรตอบแทนคุณของพ่อแม่ให้ดีเสียก่อน  รักท่านให้มากเสียก่อนค่อยไปรักคนอื่น  วันที่ห้า  วันสุดท้ายของการปิดอบรม  ข้าพเจ้าได้นั่งสมาธิยกสุดท้าย  สำนึกบุญคุณพ่อแม่  พอคิดไปแล้ว  ข้าพเจ้าก็ร้องไห้ออกมา  เพราะข้าพเจ้าสงสารพ่อแม่ และ ข้าพเจ้าก็รักพ่อแม่มาก


            อยากขอบคุณทางโรงเรียนที่จัดหาที่อบรมให้  ทำให้ข้าพเจ้ามีสติมากขึ้น  และขอขอบคุณวัดวะภูแก้ว ที่ทำให้ข้าพเจ้ามีสำนึก กลัวบาปมากขึ้น  ต่อไปนี้ข้าพเจ้าจะไม่ประมาทในชีวิต


ด.ญ.ภัครรินทร์  เงินตระกูล
โรงเรียนบัวหลวงวิทยาคม ชั้น ม.3/7
เขียนไว้ ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2557

 

 

 

รักพ่อแม่ได้ทุกวัน


           วันที่มาวันแรกคือวันที่ 5 ธันวาคม  ก็คือวันพ่อของทุกปี  ปกติถ้าไม่ได้มาที่วัดวะภูแก้วแห่งนี้  ข้าพเจ้าก็จะเก็บดอกไม้แถวๆ บ้านมาไหว้พ่อ   ข้าพเจ้าไม่ได้สร้างภาพหรือพูดโอ้อวดแต่อย่างใด  เพราะข้าพเจ้ารักพ่อของข้าพเจ้าจริงจึงทำแบบนั้น  แต่ตอนเป็นเด็กข้าพเจ้าไม่เคยทำอะไรแบบนี้หรอก   จนกระทั่งวันหนึ่ง  (เป็นวันที่ 17 สิงหาคม 2554)  พ่อของข้าพเจ้าหายไป  แม่ก็ไปหาที่สวนบ้าง  ที่ทุ่งนา  ที่สระน้ำ  แต่ก็ไม่เจอพ่อเลย  แม่หาทั้งวันทั้งคืนจนไม่ได้หลับได้นอน   พอรุ่งเช้า  แม่ก็มาพักก่อนแล้วจึงไปหาพ่อต่ออีก  ส่วนฉันกับน้องสาวก็ไปโรงเรียน  พอถึงคาบเรียนแรกคือวิชาวิทยาศาสตร์ เรียนไปสักพัก   ก็มีคุณครูคนหนึ่งเรียกข้าพเจ้าไปที่หน้าห้อง  แล้วก็บอกกับข้าพเจ้าว่า  พ่อของหนูเสียแล้ว  ความรู้สึกแรกของข้าพเจ้าคือทำอะไรไม่ถูกนอกจากจะไปโอบกอดคุณครูที่มาบอกข่าวกับข้าพเจ้า  แล้วข้าพเจ้าก็กลับบ้านไปกอดกับแม่  ร้องไห้คร่ำครวญ  ตั้งแต่จากนั้นมาข้าพเจ้าก็รักพ่อมากขึ้น  ข้าพเจ้าพูดจากใจจริงเลยว่า  แต่ก่อนข้าพเจ้าไม่เคยรักพ่อเลยเพราะว่าพ่อชอบดื่มเหล้า  อาละวาด  มาชอบทำลายข้าวของ  ข้าพเจ้าก็จะกลัวมาก เวลาพ่อมาข้าพเจ้าก็จะรีบอาบน้ำ แล้วก็เข้านอนทันที  ข้าพเจ้ารู้สึกผิดมาก เวลาใครพูดถึงพ่อ ข้าพเจ้าก็จะน้อยใจขึ้นมา และก็จะเงียบทันที

  


           ดังนั้นไม่ว่าพ่อหรือแม่ของใครจะอยู่หรือไม่อยู่  ก็ควรกตัญญูต่อพ่อแม่เข้าไว้  ไม่ต้องรอให้ถึงวันพ่อวันแม่หรอก  มีอยู่ทุกๆ วัน  ก็บอกรักให้ได้ทุกวัน  กราบเท้าท่าน  หรือถ้าใครไม่กล้าที่จะบอกรัก  ไม่กล้าที่จะกราบเท้าท่าน  แค่ไม่ด่าว่าถกเถียงกับพ่อแม่ก็ถือว่าเรากตัญญูมากแล้ว  ใครที่ไม่เคยทำก็ทำซะเถอะค่ะ  อย่ารอให้ท่านจากเราไปก่อน


ด.ญ.จันทนิภา  คะเรรัมย์
โรงเรียนบัวหลวงวิทยาคม ชั้น ม.3/2
เขียนไว้ ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2557

  



 

Last Updated on Wednesday, 17 December 2014 08:20
 

ค้นหา (พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา แล้วกดปุ่ม Enter)

ร้านจักรวาลอ๊อกซิเย่น

Banner

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

Banner

เข้า Facebook ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดวะภูแก้ว

Banner

แห่เทียนพรรษา 2558

Banner

ฐานิยปูชา 2556

Banner

www.thaniyo.net

Banner

ฐานิยปูชา 2555

Banner

เชิญชม วิดีโอ การแสดงธรรมของ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

วัดป่าสาลวัน

Banner

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

palungdham.com

Banner

ฐานิยปูชา 2553

Banner

สำรวจความคิดเห็น

เหตุผล สำคัญที่สุด ในการเข้ารับการอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ?
 

แบบสำรวจความคิดเห็น

วัดวะภูแก้วควรปรับปรุงเรื่องใดมากที่สุด
 

แบบสำรวจ

พระสงฆ์ในทัศนะของท่าน ?
 

โปรดแสดงความคิดเห็นของท่านได้ที่สมุดเยี่ยม

Banner